ปฐมกาล 9-10
Thai New Testament: Easy-to-Read Version
สัญญาที่พระเจ้าทำกับโนอาห์
9 พระเจ้าได้อวยพรโนอาห์กับพวกลูกชายของเขาและพูดว่า “ให้มีลูกมีหลานมากมายเต็มแผ่นดิน 2 บรรดาสัตว์ทุกอย่างในโลกนี้ ทั้งพวกนก พวกสัตว์เลื้อยคลานอยู่บนพื้นดิน และปลาในทะเล จะกลัวพวกเจ้า พวกมันทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้า 3 ทุกสิ่งที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้ เราจะยกให้เป็นอาหารของพวกเจ้า เหมือนอย่างที่เราได้ยกพวกพืชผักให้พวกเจ้ากินอยู่แล้ว ตอนนี้เราให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเจ้า 4 แต่พวกเจ้าจะต้องไม่กินเนื้อสัตว์ที่ยังมีเลือดติดอยู่ เพราะมีชีวิตอยู่ในเลือด 5 ไม่อย่างนั้นเราจะทวงเลือดนั้นคืนจากชีวิตของพวกเจ้า สัตว์ตัวไหนที่ฆ่ามนุษย์ เราจะทวงชีวิตนั้นคืนจากมันด้วย สำหรับมนุษย์นั้น ถ้าใครฆ่าใครก็ตาม เราจะทวงชีวิตของคนๆนั้นคืนมา
6 ใครที่ฆ่าคน
คนนั้นจะต้องถูกอีกคนหนึ่งฆ่าด้วย
เพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาตามรูปแบบของพระองค์
7 ให้พวกเจ้ามีลูกหลานมากมายและอยู่กันจนเต็มแผ่นดิน”
8 พระเจ้าพูดกับโนอาห์และพวกลูกชายของเขาอีกว่า 9 “เราจะทำข้อตกลงกับเจ้าและลูกหลานทั้งหมดของเจ้า 10 เราจะทำข้อตกลงกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่กับเจ้า ทั้งพวกนก พวกสัตว์ใช้งาน และสัตว์อื่นทั้งหมดที่อยู่กับเจ้า 11 เราให้สัญญากับพวกเจ้าว่า จะไม่มีน้ำมาท่วมทำลายทุกสิ่งที่มีชีวิตหรือโลกนี้อีก”
12 แล้วพระเจ้าก็พูดต่ออีกว่า “นี่คือเครื่องหมายแห่งสัญญาที่เราได้ทำกับเจ้า กับลูกหลานของเจ้า และกับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่กับเจ้า เป็นเครื่องหมายที่จะมีอยู่ตลอดไป 13 คือเราจะทำให้มีรุ้งที่ก้อนเมฆ เพื่อแสดงถึงสัญญาระหว่างเรากับโลก 14 เวลาใดที่มีรุ้งกินน้ำที่ก้อนเมฆเหนือพื้นดินนั้น 15 เราจะระลึกถึงสัญญาที่เราได้ให้ไว้กับเจ้า และบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่กับเจ้า คือเราจะไม่ให้น้ำมาท่วมทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหลายอีก 16 เมื่อมีรุ้งกินน้ำที่ก้อนเมฆเมื่อใด เราจะมองดูรุ้งนั้น และจะนึกถึงสัญญาที่มั่นคงถาวร ระหว่างเรากับทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลกนี้”
17 แล้วพระเจ้าพูดกับโนอาห์อีกว่า “นี่แหละคือเครื่องหมายแห่งสัญญาระหว่างเรากับทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลกนี้”
โนอาห์กับลูกๆของเขา
18 ลูกชายของโนอาห์คือ เชม ฮาม และยาเฟท ออกมาจากเรือด้วยกัน (ฮามได้เป็นพ่อของคานาอัน) 19 ประชาชนทั้งหมดบนโลกนี้ล้วนมาจากลูกชายทั้งสามคนนี้ของเขา
20 ฝ่ายโนอาห์นั้นเป็นชาวไร่ เขาเป็นคนแรกที่ทำไร่องุ่น 21 เขาได้ดื่มเหล้าองุ่นและเมาหลับไปในเต็นท์ ทั้งที่เปลือยกายอยู่ 22 ฝ่ายฮามที่เป็นพ่อของคานาอันนั้น มาเห็นโนอาห์พ่อของเขานอนหลับเปลือยกายอยู่ เขาจึงออกไปบอกกับพี่ชายทั้งสองคนของเขา 23 เชมกับยาเฟทจึงช่วยกันเอาผ้ามาพาดบ่าของพวกเขาทั้งสองคน และเดินหันหลังเข้าไปหาพ่อที่นอนเปลือยกายอยู่ เอาผ้าคลุมร่างพ่อไว้โดยที่ไม่ได้มองร่างเปลือยของพ่อเลย
24 เมื่อโนอาห์ตื่นขึ้นสร่างเมาแล้ว และรู้เรื่องว่าลูกชายคนเล็กได้ทำอะไรกับเขา 25 โนอาห์จึงพูดว่า
“คานาอัน[a] เจ้าจะต้องถูกแช่ง
ให้เป็นทาสชั้นต่ำที่สุดของพี่น้อง”
26 แล้วโนอาห์พูดต่ออีกว่า
“ขอพระเจ้าอวยพรให้เชม
และให้คานาอันเป็นทาสของเขาเถิด
27 ขอพระเจ้าขยาย[b] ดินแดนของยาเฟท
ขอให้ยาเฟทอยู่ในเต็นท์ของเชม[c]
ขอให้คานาอันเป็นทาสของยาเฟทด้วย”
28 โนอาห์มีชีวิตหลังน้ำท่วมต่อไปอีกสามร้อยห้าสิบปี 29 โนอาห์มีอายุถึงเก้าร้อยห้าสิบปีจึงตาย
เชื้อสายของลูกชายของโนอาห์
(1 พศด. 1:5-23)
10 ต่อไปนี้เป็นเชื้อสายของลูกชายทั้งสามคนของโนอาห์ คือ เชม ฮาม และยาเฟท พวกเขามีลูกหลังจากน้ำท่วม
ลูกหลานของยาเฟท
2 พวกลูกชายของยาเฟท คือ โกเมอร์ มาโกก มาดัย ยาวาน ทูบัล เมเชค และทิราส
3 พวกลูกชายของโกเมอร์ คือ อัชเคนัส รีฟาท และโทการมาห์
4 พวกลูกชายของยาวาน คือ เอลีชาห์ ทารชิช คิทธิม และโดดานิม[d]
5 บรรดาประชาชนที่อาศัยอยู่ตามบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ล้วนสืบเชื้อสายมาจากลูกๆของยาเฟท ครอบครัวทั้งหลายนี้แต่ละครอบครัวได้กลายเป็นชนชาติต่างๆที่มีแผ่นดินและภาษาเป็นของพวกเขาเอง
ลูกหลานของฮาม
6 ฮามมีลูกชายคือ คูช อียิปต์[e] พูตและคานาอัน
7 คูชมีลูกชายหลายคน คือ เชบา ฮาวิลาห์ สับทาห์ ราอามาห์ และสับเทคา ส่วนลูกของราอามาห์ คือ เสบาและเดดาน
8 ลูกของคูชที่ชื่อว่านิมโรดนั้น เป็นนักรบที่กล้าหาญ[f] คนหนึ่งในแผ่นดิน 9 เขาเป็นนายพรานที่กล้าหาญมากต่อหน้าพระยาห์เวห์ นี่เป็นเหตุที่ประชาชนมักพูดว่า “คนผู้นี้เป็นเหมือนนิมโรดนายพรานผู้กล้าหาญต่อหน้าพระยาห์เวห์”
10 อาณาจักรของนิมโรดนั้น เริ่มขยายจากเมืองบาบิโลน เมืองเอเรก และเมืองอัคคัด ซึ่งเมืองทั้งสามนี้อยู่ในแผ่นดินชินาร์[g] 11 จากที่นั่น นิมโรดได้ไปยังแผ่นดินอัสซีเรีย แล้วสร้างเมืองนีนะเวห์ เมืองเรโหโบทอีร์ เมืองคาลาห์ 12 และเมืองเรเสน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองนีนะเวห์กับเมืองคาลาห์นั้น เดี๋ยวนี้เรเสนได้กลายเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง
13 อียิปต์มีลูกชายหลายคน คือ ลูด อานามิม เลหะบิม นัฟทูฮิม 14 ปัทรุสิม คัสลูห์ (ผู้เป็นต้นตระกูลคนฟีลิสเตีย) และคนคัฟโทร์
15 คานาอันมีลูกคนโต คือ ไซดอน คานาอันยังเป็นพ่อของเฮท 16 คนเยบุส คนอาโมไรต์ คนเกอร์กาชี 17 คนฮีไวต์ คนอารคี คนสินี 18 คนอารวัด คนเศเมอร์ และคนฮามัทด้วย ต่อมาภายหลังครอบครัวคานาอันได้กระจายออกไปตามที่ต่างๆ
19 เขตของคนคานาอัน แผ่ขยายจากเมืองไซดอนไปทางเมืองเกราร์จนถึงเมืองกาซา และไปทางเมืองโสโดม โกโมราห์ อัดมาห์ และเศโบยิมจนถึงเมืองลาชา
20 คนเหล่านี้เป็นเชื้อสายของฮาม พวกเขามีภาษาของตนเอง มีเขตแดนที่อยู่ของตนเอง และแบ่งแยกเป็นชนชาติต่างๆ
ลูกหลานของเชม
21 ส่วนเชมที่เป็นพี่ชายคนโตของยาเฟทนั้น ก็มีลูกอีกหลายคน เขาเป็นต้นตระกูลของพวกชาวเอเบอร์ด้วย
22 พวกลูกชายของเชม คือเอลาม อัสชูร อารปัคชาด ลูด และอารัม
23 พวกลูกชายของอารัม คืออูส ฮูล เกเธอร์ และมัช
24 ส่วนอารปัคชาดมีลูกชาย คือเชลาห์ ส่วนเชลาห์มีลูกคือเอเบอร์ 25 ลูกชายสองคนของเอเบอร์ คือเพเลก[h] และโยกทาน ที่เขาตั้งชื่อว่าเพเลกก็เพราะในสมัยนั้นมีการแบ่งแผ่นดินกัน
26 โยกทานมีลูกหลายคน คืออัลโมดัด เชเลฟ ฮาซารมาเวท เยราห์ 27 ฮาโดรัม อุซาล ดิคลาห์ 28 โอบาล อาบีมาเอล เสบา 29 โอฟีร์ ฮาวิลาห์ และโยบับ คนเหล่านี้ล้วนเป็นลูกชายของโยกทาน 30 คนเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ในแถบเนินเขาด้านตะวันออก[i] จากเมืองเมชาไปทางเสฟาร์
31 คนเหล่านี้เป็นเชื้อสายของเชม พวกเขามีภาษาของตนเอง มีดินแดนที่อยู่ของตนเอง มีเชื้อชาติของตัวเอง
32 นี่คือรายชื่อครอบครัวต่างๆที่เกิดมาจากพวกลูกชายของโนอาห์ พวกเขาเรียงลำดับตามชนชาติของพวกเขา และจากครอบครัวเหล่านี้เอง ประชากรมนุษย์ก็แผ่ขยายไปทั่วโลกภายหลังน้ำท่วม
Footnotes
- 9:25 คานาอัน ลูกชายของฮาม ประชาชนของคานาอันได้อาศัยอยู่ตามชายฝั่งปาเลสไตน์ เลบานอนและซีเรีย ต่อมาพระเจ้าได้ให้แผ่นดินนี้กับประชาชนชาวอิสราเอล
- 9:27 ขยาย คำฮีบรูนี้ออกเสียงเหมือนกับชื่อของยาเฟท
- 9:27 ขอให้ยาเฟทอยู่ในเต็นท์ของเชม หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ขอให้พระเจ้าอยู่ในเต็นท์ของเชม” หรือ “ขอให้ยาเฟทกับเชมอยู่กันอย่างสันติ”
- 10:4 โดดานิม หรือบางฉบับเขียนว่า “โรดานิม” หรือ “ประชาชนของเกาะโรด”
- 10:6 อียิปต์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มิสราอิม”
- 10:8 นักรบที่กล้าหาญ หรือ “เป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่คนแรก”
- 10:10 เมืองบาบิโลน … ชินาร์ หรือ “บาบิโลน เอเรก อัคคัด และคัลนาห์ เมืองเหล่านั้นอยู่ในแผ่นดินของชินาร์”
- 10:25 เพเลก ชื่อนี้หมายถึงการแบ่งแยก
- 10:30 ตะวันออก ปกติแล้วคำนี้จะหมายถึงบริเวณที่อยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริสและแม่น้ำยูเฟรติสไปจนถึงอ่าวเปอร์เชีย
พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย ภาคคำสัญญาใหม่ © 2015 Bible League International